เมื่อแฟรนไชส์ Death Wish ดำเนินมาถึงภาคที่ห้า ชื่อเสียงของพอล เคอร์ซีย์ในฐานะ vigilante ก็เริ่มจืดจาง Death Wish V: The Face of Death (1994) พยายามรื้อฟื้นความดุเดือด แต่กลับติดหล่มอยู่ในสูตรสำเร็จเดิม ๆ Charles Bronson วัย 73 ปี ยังคงสวมบทบาทสายล้างแค้น แต่ครั้งนี้เรื่องราวกลับขาดพลังและความสมจริง จนกลายเป็นหนังที่ควรค่าแก่การดูเพียงเพื่อปิดตำนานของตัวละครในตำนานเท่านั้น
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
พอล เคอร์ซีย์ (Charles Bronson) ใช้ชีวิตอย่างสงบกับคู่หมั้น โอลิเวีย เรเจนท์ (Lesley-Anne Down) ซึ่งเป็นนักออกแบบแฟชั่น แต่ธุรกิจของเธอกลับถูกคุกคามโดยแก๊งมาเฟียภายใต้การนำของทอมมี่ โอเช (Michael Parks) พอลต้องกลับมาใช้ความรุนแรงอีกครั้งเพื่อปกป้องคนที่เขารัก และเพื่อยุติการข่มขู่ที่บานปลายขึ้นเรื่อย ๆ
เนื้อเรื่องดำเนินไปตามสูตรของหนัง vigilante ทั่วไป: การเผชิญหน้ากับอาชญากร การสูญเสีย และการแก้แค้นอย่างเลือดเย็น แต่ครั้งนี้บทพลาดโอกาสสร้างความตื่นเต้น เพราะตัวร้ายกลับอ่อนแอและไร้เสน่ห์ การดำเนินเรื่องราบเรียบ ขาดจุดหักมุมที่น่าจดจำ
งานการแสดงและตัวละคร
Charles Bronson ยังคงแสดงท่าทางแข็งกร้าวและดุดันได้ดี แต่ด้วยอายุที่มากขึ้น การเคลื่อนไหวของเขาดูเชื่องช้าและไม่สมจริงในฉากแอ็กชัน Lesley-Anne Down สวยสง่า แต่บทบาทของเธอแทบไม่มีส่วนร่วมในเรื่องราว นอกจากเป็นแรงจูงใจให้พอลออกล้างแค้น Michael Parks รับบทผู้ร้ายที่ดูตลกมากกว่าน่ากลัว ขาดความลุ่มลึกแบบที่หนังแอ็กชันดี ๆ ควรมี ตัวละครอื่น ๆ อย่าง Freddie Flakes (Robert Joy) และ Sal Paconi (Chuck Shamata) ก็เป็นเพียงตัวประกอบที่ไม่มีมิติ
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
ผู้กำกับ Allan A. Goldstein ไม่สามารถสร้างบรรยากาศที่ตึงเครียดหรือความระทึกได้ ฉากแอ็กชันถูกถ่ายทอดอย่างธรรมดา ขาดเทคนิคการตัดต่อที่เฉียบคม ดนตรีประกอบโดย Terry Plumeri ฟังดูเชยและไม่ช่วยเสริมอารมณ์ของเรื่อง ภาพรวมของหนังดูเก่าและไร้ชีวิตชีวา แม้จะเป็นผลงานจากยุค 90 ก็ตาม
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
Death Wish V: The Face of Death คือตัวอย่างของหนังที่ดำเนินตามสูตรสำเร็จจนเกินพอดี ภาคนี้ขาดนวัตกรรมและความสดใหม่ที่ควรมีในหนังแอ็กชัน ความรุนแรงถูกนำเสนออย่างโจ่งแจ้ง แต่กลับไม่สร้างผลกระทบทางอารมณ์ให้กับผู้ชม ตัวละครพอล เคอร์ซีย์ในภาคนี้ดูเหมือนคนแก่ที่หมดแรง ไม่มีเสน่ห์แบบ vigilante ยุคก่อน นอกจากนี้ การที่หนังพยายามใส่ประเด็นความรักและการปกป้องคนรัก แต่กลับทำได้ผิวเผิน ทำให้เรื่องราวไม่น่าจดจำ สำหรับแฟน ๆ ที่ติดตามพอล เคอร์ซีย์มาตั้งแต่ต้น ภาคนี้อาจทำให้ผิดหวัง แต่ถ้ามองในแง่ของการปิดตำนาน ก็ถือว่าสมควรแก่การรับชมเพื่อความสมบูรณ์ของแฟรนไชส์
สรุป
เหมาะสำหรับแฟนตัวยงที่อยากดูให้ครบทุกภาคของ Charles Bronson ในบทพอล เคอร์ซีย์ แต่สำหรับผู้ชมทั่วไปที่คาดหวังหนังแอ็กชันคุณภาพดี Death Wish V: The Face of Death อาจทำให้ผิดหวัง หนังขาดทั้งความเข้มข้นและเสน่ห์ของภาคก่อน ๆ แนะนำให้ดูเพียงเพื่อปิดตำนานเท่านั้น
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงของ Charles Bronson ยังคงมีความเป็นตำนาน
- +แฟนพันธุ์แท้ของซีรีส์จะได้เห็นการปิดฉากของพอล เคอร์ซีย์
- +ความยาวเพียง 95 นาที ไม่ยืดเยื้อ
👎 จุดด้อย
- −เนื้อเรื่องซ้ำซาก ขาดความตื่นเต้น
- −ตัวร้ายอ่อนแอ ไม่น่ากลัว
- −ฉากแอ็กชันเชื่องช้า ไร้พลัง
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ได้ เพราะเนื้อเรื่องอิสระต่อกันเพียงแค่มีตัวละครหลักคนเดิม แต่แนะนำให้ดูภาคก่อนเพื่อเข้าใจ背景
ซีรีส์ Death Wish มีทั้งหมด 5 ภาค โดยภาคนี้เป็นภาคสุดท้ายของ Charles Bronson
ไม่ ภาคนี้เป็นบทภาพยนตร์ต้นฉบับ ไม่ได้ดัดแปลงจากนิยายของ Brian Garfield
หนังได้รับเรท R (ผู้ใหญ่) จาก MPAA เนื่องจากมีความรุนแรงและภาษาที่ไม่เหมาะสม